กระเจี๊ยบแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscus sabdariffa L.
ชื่ออื่น : กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปร้ียว (ภาคกลาง) ผกัเก็งเคง็ ส้มเก็งเคง็ ส้มตะเลงเครง ส้มพอดี
วงศ์ : Malvaceae
ชื่อสามัญ : Rosell
ถิ่นก าเนิด : ในเอเชียใต้
สมุนไพรกระเจี๊ยบแดง ยังมีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ อีกเช่น ผักเก็งเค็ง, ส้มตะเลงเครง (ตาก), ใบส้มม่า (ระนอง), แกงแคง (เชียงใหม่), ส้มปู (แม่ฮ่องสอน), แบลมีฉี่ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), แต่เพะฉ่าเหมาะ (กะเหรี่ยงแดง), ปร่างจำบู้(ปะหล่อง), กระเจี๊ยบ, ส้มเก็ง ส้มพอเหมาะ (ภาคเหนือ), ส้มพอดี (ภาคอีสาน), กระเจี๊ยบแดง, กระเจี๊ยบเปรี้ยว (ภาคกลาง), ส้มพอ
กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชที่น่าสนใจ เนื่องจากปลูกง่าย ไม่ตอ้งใช้สารเคมีการกำจัดแมลงศตัรูพืชหาก
จำเป็นต้องใชก็ใชในปริมาณเล็กน้อย หรือใช้สารชีวภาพในการบรรเทาความรุนแรงได้ แหล่งผลิตใหญ่ของ
โลก คือ จีน ไทย ซูดาน เม็กซิโก กระเจี๊ยบแดงจากไทยและซูดานมีคุณภาพดีที่สุด กระเจี๊ยบแดงจากจีน
คุณภาพค่อนข้างต่ำ ประเทศไทยผลิตกระเจี๊ยบแดงไดปีละ 250-600 ตัน ใช้ในประเทศร้อยละ 30 อีกร้อยละ
70 ส่งออกโดยมีตลาดที่สำคัญ คือ สหรัฐอเมริกา และเยอรมัน
แล้วทำไมเราจึงต้องทานกระเจี๊ยบ......แล้วกระเจี๊ยบมีประโยชน์อย่างไรกับตัวเรา
กลีบกระเจี๊ยบแดงมีสารสารคัญที่น่าสนใจ คือ มีสารสีแดงจากพวกแอนโทไซยานิน (anthocyanin) มี
กรดอินทรีย์หลายชนิด มีวิตามินเอ วิตามินซี เพคติน และแร่ธาตุอื่นๆ ไดแ้ก่ แคลเซียมในปริมาณที่สูง
ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม เป็นต้น
ในส่วนใบและยอดอ่อนก็มีวติามินเอ แคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ใช้ในการประกอบอาหารโดยมีรสเปร้ียว สารสำคัญของกระเจี๊ยบแดงมีฤทธ์ิช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมัน ในเลือด น้ำกระเจี๊ยบลดความเหนียวข้นของเลือด ช่วยรักษาโรคเส้นโลหิตแข็งเปราะได้ดี น้ำกระเจี๊ยบมีรสเปร้ียว ดื่มแกร้้อนใน แก้กระหายน้ำได้ นอกจากน้ียังบำรุงธาตุ กัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำไส้ บำรุงโลหิต บำรุงกระดูกและฟัน แก้โรคเบาหวาน ยอดและใบอ่อนของกระเจี๊ยบใช้ประกอบอาหาร กลีบกระเจี๊ยบแดงสามารถพัฒนาเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้เช่น น้า กระเจี๊ยบแดงพร้อมดื่ม ไวน์ แยม เยลลี่ สีผสมอาหาร สบู่ เครื่องสำอาง เช่น ครีมหน้าใส ครีมขัดผิว เป็นต้น
ในส่วนใบและยอดอ่อนก็มีวติามินเอ แคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ใช้ในการประกอบอาหารโดยมีรสเปร้ียว สารสำคัญของกระเจี๊ยบแดงมีฤทธ์ิช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมัน ในเลือด น้ำกระเจี๊ยบลดความเหนียวข้นของเลือด ช่วยรักษาโรคเส้นโลหิตแข็งเปราะได้ดี น้ำกระเจี๊ยบมีรสเปร้ียว ดื่มแกร้้อนใน แก้กระหายน้ำได้ นอกจากน้ียังบำรุงธาตุ กัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำไส้ บำรุงโลหิต บำรุงกระดูกและฟัน แก้โรคเบาหวาน ยอดและใบอ่อนของกระเจี๊ยบใช้ประกอบอาหาร กลีบกระเจี๊ยบแดงสามารถพัฒนาเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้เช่น น้า กระเจี๊ยบแดงพร้อมดื่ม ไวน์ แยม เยลลี่ สีผสมอาหาร สบู่ เครื่องสำอาง เช่น ครีมหน้าใส ครีมขัดผิว เป็นต้น
คุณค่าทางโภชนาการของกระเจี๊ยบแดง (กลีบดอก) ต่อ 100 กรัม
- พลังงาน 49 กิโลแคลอรี่
- คาร์โบไฮเดรต 11.31 กรัม
- ไขมัน 0.64 กรัม
- โปรตีน 0.96 กรัม
- วิตามินเอ 14 ไมโครกรัม 2%
- วิตามินบี1 0.011 มิลลิกรัม 1%
- วิตามินบี2 0.028 มิลลิกรัม 2%
- วิตามินบี3 0.31 มิลลิกรัม 2%
- วิตามินซี 12 มิลลิกรัม 14%
- ธาตุแคลเซียม 215 มิลลิกรัม 22%
- ธาตุเหล็ก 1.48 มิลลิกรัม 11%
- ธาตุแมกนีเซียม 51 มิลลิกรัม 14%
- ธาตุฟอสฟอรัส 37 มิลลิกรัม 5%
- ธาตุโพแทสเซียม 208 มิลลิกรัม 4%
- ธาตุโซเดียม 6 มิลลิกรัม 0%
และ http://frynn.com/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%8A%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87/
โทษของกระเจี๊ยบแดง
- กระเจี๊ยบแดงอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ในผู้ป่วยบางราย เพราะมีฤทธิ์เป็นยาระบาย
- น้ำกระเจี๊ยบมีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ แม่ว่าจะมีความเป็นพิษต่ำมาก แต่ก็ไม่ควรดื่มในปริมาณเข้มข้นและติดต่อกันนานๆ เพราะจะไม่เกิดผลดีต่อสุขภาพ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น